fbpx

7 เครื่องมือ Data Analytics สำหรับเว็บไซต์ วิเคราะห์ User แบบเจาะลึก

สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแต่ไม่เคยติดตั้ง เครื่องมือ Data Analytics ก็เหมือนเราทำธุรกิจและร้านค้าแต่ไม่รู้จักกับลูกค้าเลย จะทำโปรโมชั่นหรือจัดระเบียบข้อมูลบริการให้เข้าถึงลูกค้าแบบรวดเร็วหรือตามความต้องการก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีข้อมูลให้อ้างอิงเลยแม้แต่น้อย

Data Analytics คืออะไร ?

ทุกวันนี้โลกธุรกิจกับโลกอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว จึงทำให้เกิดปริมาณข้อมูลในแต่ละวันอย่างมหาศาล ข้อมูลเหล่านี้คือทรัพยากรที่มีค่า ทั้งในด้านความรู้และเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับธุรกิจของเราได้ หลายคนกล่าวไว้ว่า Data is new oil เพราะข้อมูลที่เจาะลึกจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปได้ไกลเมื่อเรามีข้อมูลหรือ Data มากเพียงพอ

Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูลที่เราได้มาจากการจัดเก็บในช่องทางต่าง ๆ หรือ ได้ข้อมูลมาจาก Big Data Services ต่าง ๆ เช่น Google Trend เพื่อให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายโดยใช้ข้อมูลที่มีนำไปวิเคราะห์และคาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ธุรกิจไปถึงเป้าที่วางไว้ เช่น ถ้าหากคุณมีเว็บไซต์ขายสินค้าและมีสินค้าประมาณ 1000 SKU คุณอาจจะมีข้อมูลว่าสินค้าไหนขายดีที่สุด หรือสินค้าไหนคนดูเยอะสุดแต่กลับขายได้ไม่ตามเป้า ตรงนี้ก็จะสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแก้ปัญหาสินค้าที่คนดูเยอะแต่ขายได้น้อยก็เป็นไปได้

เครื่องมือ Data Analytics สำหรับเว็บไซต์แยกได้เป็น 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 Demographic

เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเก็บข้อมูลทางประชากร ประกอบด้วยลักษณะเฉพาะของประชากร เช่น เพศ อายุ ประเทศ จังหวัด หรือเรียกได้ว่าเป็นข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณทางประชากรศาสตร์

ประเภทที่ 2 Behavior

เป็นเครื่องมือที่จะเก็บประวัติการกระทำหรือพฤติกรรมต่าง ๆ บนเว็บไซต์เช่น การคลิก การเปิดหน้า การเลื่อนขึ้นเลื่อนลง รวมถึง Flow ตั้งแต่เข้ามาใช้เว็บไซต์จนถึงปิดเว็บไซต์

เมื่อรู้จักกับประเภทของเครื่องมือ Data Analytics ทั้ง 2 แบบแล้ว ต่อไปเรามาดู 7 เครื่องมือที่เราอยากจะแนะนำให้ได้ไปลองติดตั้งบนเว็บไซต์เพื่อเก็บ Data และนำไปวิเคราะห์วัดผลตามเป้าหมายที่ธุรกิจได้วางเอาไว้

1. Google Analytics

เครื่องมือพื้นฐานที่เกือบทุกเว็บบนโลกอินเตอร์เน็ตใช้งาน โดยความสามารถจะช่วยเก็บข้อมูลได้ทั้ง Demographic และ Behavior แต่ข้อมูลที่ได้จะเป็นภาพรวมไม่เจาะจงไปที่ Presonal Data เช่น นาย A เข้ามาหน้าเว็บแล้วทำอะไรต่อ แต่จะเป็นข้อมูลที่ได้นำหลากหลายผู้ใช้คำนวนออกมาเป็น 1 ชุดข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ได้จาก Google Analytics ถือว่าเป็นข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้อันดับต้น ๆ ของโลก

จากผลสำรวจเมื่อปี 2021 เว็บไซต์ที่ใช้งาน Google Analytics มีจำนวนมากกว่า 30 ล้านเว็บไซต์และมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุผลง่าย ๆ ที่มีคนใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะฟรีและใช้งานได้สะดวก

Google Analytic เครื่องมือ Data Analytics พื้นฐานที่ทุกเว็บไซต์เลือกใช้
Google Analytic เครื่องมือ Data Analytics พื้นฐานที่ทุกเว็บไซต์เลือกใช้

2. Google Search Console

นอกจากจะอยากรู้ว่าใครเข้าเว็บไซต์ อีกสิ่งที่อยากรู้เพื่อจะนำข้อมูลไปต่อยอดได้ก็คือ เว็บไซต์ของเราถูกค้นหาเจอจาก คำค้นหาอะไร (Keyword) ตัว Google Search Console จะช่วยให้เราได้รู้ว่า คำค้นหาที่ติดอันดับในหน้าของ Google จากเว็บไซต์มีคำว่าอะไรบ้าง นอกจากนี้ตัวเครื่องมือยังจะช่วยสำรวจหน้าที่ผิดปกติ Page Not found 404 ได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ที่เด่น ๆ ของ Google Search Console คือ

  • การดูจำนวนคนที่คลิกเข้ามาดูเว็บไซต์จากการค้นหาแบบ Organic
  • การดูคำค้นหา Keywords ที่ติดอันดับแล้วคลิกเข้ามายังเว็บไซต์
  • การดูความถี่ในการแสดงผล (Impression) บนหน้า Search ของ Google
  • การดูจำนวนคลิกที่เกิดขึ้นจาก Keywords

สามารถติดตั้ง Google Search Console ได้ที่ https://search.google.com/search-console/

Google Search Console เครื่องมือ Data Analytics ที่ใช้ดูคำค้นหาของเว็บไซต์
ตัวอย่างหน้า Search Console ของ Grappik Digital

ถ้าอยากรู้วิธีการเพิ่มคนเข้าเว็บไซต์เพื่อให้มี Keywords ติดอันดับ มาลองอ่านบทความ วิธีเพิ่มคนเข้าเว็บ ให้เติบโต 10X เพื่อช่วยเพิ่มยอดให้ธุรกิจ กันต่อได้เลยนะ

3. Adobe Analytics

นอกจากทางฝั่ง Google จะมีการสร้างเครื่องมือสำหรับเก็บ Data Analytics ยักย์ใหญ่อย่าง Adobe ก็ไม่น้อยหน้าสร้าง Adobe Analytics ขึ้นมาแข่ง ฟีเจอร์ด้านในมีความสามารถใกล้เคียงกับ Google Analytics แต่มีข้อดีคือการออกแบบ Interface ด้านในจะดูสวยและน่าใช้งานมากกว่า

Adobe Analytics เครื่องมือ Data Analytics จาก Adobe
ตัวอย่าง Flow Chart ของ Adobe Analytics

4. Etracker

ถ้าคุณกำลังมองหา Data Analytics ที่มีความ Privacy ของ Data สูง ๆ Etracker ถือว่าตอบโจทย์ เพราะปัจจุบันหลายบริษัทคำนึงของเรื่อง Privacy Data เป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นบริษัทต่างชาติเรื่องนี้สำคัญที่สุด ถึงชื่ออาจจะไม่คุ้นหูแต่ตัว Etracker ความสามารถไม่ได้น้อยไปกว่า Data Analytics เจ้าดังอย่าง Google หรือ Adobe เลย นอกจากการเก็บข้อมูล Data แล้ว ฟีเจอร์ที่เอาไว้ทำ UX Analysis ก็มีให้ใช้งาน

Etracker ทดลองใช้ฟรีได้ 30 วัน ใครอยากไปทดสอบความสามารถเข้าไปสมัครและติดตั้งได้ที่ www.etracker.com

ตัวอย่าง UI แสดงผล Data
ตัวอย่าง UX Analysis

5. Matomo

อีกเครื่องมือ Data Analytics ที่เป็น Open Source คล้ายกับ Google Analytics โดยจุดเด่นคือเรื่อง การปกป้อง Data และ Privacy ของผู้เข้าใช้เว็บไซต์ มีหลายบริษัทที่เลือกใช้ Matomo เพราะจุดเด่นเรื่องนี้ ตัวเครื่องมือจะจัดเก็บ Data ไปยังพื้นที่จัดเก็บของเราหากพื้นที่เต็มจะไม่สามารถจัดเก็บได้ หากต้องการตัดปัญหาเรื่องพื้นที่เต็มก็สามารถใช้บริการจัดเก็บข้อมูลแบบ On Cloud ของ Matomo ได้

ตัวอย่างหน้าแสดงผล Data ของ Matomo

6. Hotjar

นอกจากอยากจะรู้ Data ที่เป็น Demographic อีกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ขึ้นก็คือ Behavior Data เครื่องมือเก็บประวัติการกระทำหรือพฤติกรรมต่าง ๆ บนเว็บไซต์ เช่น การคลิก การเลื่อนดูข้อมูลบนหน้าเว็บ Hotjar คือ เครื่องมือ Data Analytics ประเภท Heatmaps and Behavior

ตัวอย่าง Heatmap ของ Hotjar

บางครั้งเราออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เสร็จสมบูรณ์และอยากรู้ว่าการวางลำดับข้อมูลนั้น User จะกดหรือเลื่อนผ่าน การติดตั้ง Heatmap and Behavior Data Analytics จะช่วยตอบคำถามได้

7. Mouseflow

อีก 1 Heatmaps and Behavior Data Analytics การเก็บ Data ของ Mouseflow จะมีการเก็บ Mouse Movement การลากเมาส์ของ User, การคลิก, การเลื่อนดูข้อมูล Scrolling และ การกรอกฟอร์ม โดยทั้งหมดจะถูกบันทึกเป็นรายคนและนำมาวิเคราะห์ออกมาสรุปเป็นภาพรวม Mouseflow สามารถใช้งานได้ฟรี 500 การบันทึก/เดือน

ตัวอย่าง Heatmaps ของ Mouseflow

พูดคุยกับเรา